Webboard Health Fashion Lifestyle Travel Beauty Other Activity

ชมโลกใต้น้ำที่...เกาะสุรินทร์ สัมผัสสวรรค์บนดินที่ “เกาะตาชัย”

    

ชมโลกใต้น้ำที่...เกาะสุรินทร์ สัมผัสสวรรค์บนดินที่ “เกาะตาชัย”

 

 

ช่วงปลายปีอย่างนี้ หลายๆ คนคงจะหาที่เที่ยวในวันหยุดยาวสิ้นปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันไว้บ้างแล้ว แต่ถ้าใครยังไม่มีแพลน วันนี้คู่หูเดินทางขอนำเสนอการท่องเที่ยวแบบใกล้ชิดธรรมชาติ ดำดิ่งลงไปในสายน้ำ ชมโลกใต้ท้องทะเลที่อุดมสมบูรณ์ และน่าตื่นตาตื่นใจที่ “อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์” และมาสัมผัสสวรรค์บนดินที่ “เกาะตาชัย” เกาะแห่งใหม่ที่ไม่ควรพลาด

 

               ในช่วงวันที่ 1 พฤศจิกายน - 30 เมษายน ของทุกปี จะเป็นช่วงเปิดเกาะ อนุญาตให้นักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวชมและพักแรมบนอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะ สุรินทร์ และหมู่เกาะสิมิลันได้ หลังจากปิดเกาะในช่วงฤดูมรสุมมานานถึง 6 เดือน คือ ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 31 ตุลาคม ของทุกปี

 

               การไปเที่ยวชมอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ และเกาะตาชัยนั้น เราสามารถซื้อทัวร์กับบริษัทนำเที่ยวที่มีอยู่ด้วยกันมากมายหลายแห่งในเขต อำเภอคุระบุรี และอำเภอตะกั่วป่า ซึ่งมีบริการนำเที่ยวชมจุดต่างๆ ไม่แตกต่างกันนัก สามารถลงเรือออกสู่เกาะได้ 2 จุดใหญ่ๆ ด้วยกัน คือที่ ท่าเรือคุระบุรี และท่าเรือบ้านน้ำเค็ม แต่สำหรับการเดินทางไปเกาะตาชัยนั้น ใช้ท่าเรือบ้านน้ำเค็มจะสะดวกสุด โดยในทริปนี้เราเลือกใช้บริการของ บริษัท บาราคูด้า ไดฟ์วิ่ง ซึ่งได้รับรางวัลดีเด่น Thailand Tourism Awards 2010 จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นการันตี บริการดี ให้ข้อมูลครบถ้วน ไม่ผิดหวังครับ

 

 

               อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์

 

               อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ตั้ง อยู่ที่ อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ลำดับที่ 29 มีความสวยงามติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก และได้รับรางวัล “มรดกอาเซียน 2007” จากองค์การยูเนสโก อีกด้วย มีพื้นที่ 136 ตารางกิโลเมตร แบ่งเป็นพื้นที่เกาะร้อยละ 24 ที่เหลือเป็นทะเล ประกอบไปด้วย 5 เกาะ คือ เกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ เกาะรี (สต็อคหรือไฟแว๊บ) เกาะกลาง (ปาจุมบาหรือมังกร) และเกาะไข่ (ตอรินลา) บริเวณใกล้เคียงยังมีหินแพและหินกอง และทางทิศตะวันออก ห่างจากเกาะประมาณ 14 กิโลเมตร มีกองหินโผล่น้ำที่มีชื่อเสียงมากในเรื่องการดำน้ำลึกชื่อว่า “ริเชลิ่ว”

 

               ด้วยระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ อุทยานแห่งชาติหมูเกาะสุรินทร์ จึงเปรียบเสมือนห้องเรียนทางธรรมชาติ ที่ให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความสวยงามของธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ พร้อมได้รับความรู้ไปในตัว มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติจากบริเวณด้านหน้าที่ทำการอุทยานฯ สู่หาดไม้งาม ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ด้วยที่นี่เป็นแหล่งรวบรวมของระบบนิเวศจากป่าดิบชื้น ป่าชายหาด ป่าชายเลน มาประจบกับแนวปะการัง ซึ่งเป็นระบบนิเวศที่หลากหลายที่สุดในท้องทะเล และมีอาณาเขตครอบคลุมทั้งทะเลและพื้นป่าอันสุดสมบูรณ์ จึงมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก ตั้งแต่ปลาใหญ่ที่สุดในโลก เช่น ฉลามวาฬ จนถึงนกหายากอย่าง กระแตผีชายหาด ชาปีไหน รวมทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น “บ่าง” ที่ร่อนไปมาอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวให้เห็นอยู่บ้าง ครั้งนี้ทางทีมงานก็ได้มีโอกาสได้เห็น “บ่าง” เช่นกันครับ มันออกมาต้อนรับมื้อเที่ยงของเราที่บริเวณลานข้างร้านอาหารสวัสดิการ ลักษณะหน้าตาเหมือนกระรอกบินขนาดใหญ่ เกาะบนต้นไม้สูง มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ พากันยกกล้องถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก รวมทั้งเราด้วย เพราะนี่ถือว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตเลยก็ว่าได้ที่เห็น “บ่าง” ตัวเป็นๆ ในธรรมชาติอย่างนี้ครับ

 

               แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและกิจกรรมที่น่าสนใจ

 

               • เกาะสุรินทร์เหนือ ประกอบไปด้วย อ่าวช่องขาด อ่าวไม้งาม อ่าวกระทิง และแหลมแม่ยาย เกาะสุรินทร์เหนือมีลักษณะเป็นอ่าวเว้าแหว่งอยู่รอบ แต่ละแห่งล้วนกว้างใหญ่ สวยงาม และสงบ บริเวณอ่าวช่องขาด เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์

 

               และมีบ้านพักนักท่องเที่ยวของอุทยานฯ จำนวน 16 หลัง หลังละ 2,000 บาท ร้านอาหาร อุปกรณ์ดำน้ำตื้น ลานกางเต้นท์ และเรือหางยาวนำเที่ยว อนุญาตให้นักท่องเที่ยวกางเต็นท์ได้ 2 จุด คือ บริเวณหน้าอ่าวช่องขาด ตรงข้ามกับเกาะสุรินทร์ใต้ ซึ่งเป็นบริเวณที่สามารถชมดวงอาทิตย์ตก อีกหนึ่งจุดคือ บริเวณอ่าวไม้งาม ซึ่งมีชายหาดที่สวยงาม และเงียบสงบ อัตราค่าบริการ เต้นท์ใหญ่ 450 บาท พักได้ 3 คน (ไม่รวมเครื่องนอน) เต้นท์เล็ก 300 บาท พักได้ 2 คน (ไม่รวมเครื่องนอน) ส่วนนักท่องเที่ยวที่นำเต้นท์มาเองต้องเสียค่าธรรมเนียม กางเต้นท์ คนละ 80 บาท นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อจองล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วัน ได้ที่ www.dpn.go.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-562-0760

 

               • เกาะสุรินทร์ใต้ มีจุด ที่น่าสนใจหลายแห่ง แต่ต้องนั่งเรือไปจากเกาะสุรินทร์เหนือเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมการดำน้ำตื้นรอบๆ เกาะ จุดเด่น คือ อ่าวสุเทพ อ่าวผักกาด และจุดที่นักท่องเที่ยวมีโอกาสพบเต่ามากที่สุดก็คือ “เกาะเต่า” แต่ไม่อนุญาตให้ขึ้นไปบริเวณชายหาดนะครับ เพราะอาจไปเหยียบไข่เต่าที่มาวางไข่ทิ้งไว้บริเวณริมหาดได้

 

               อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ห้ามพลาดสำหรับเกาะสุรินทร์ใต้ก็คือ บริเวณ “อ่าวบอน” อันเป็นที่ตั้งของ “ชุมชนชาวมอแกน” ชมวิถีชีวิตของชาวเลแบบดังเดิม ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์สึนามิถล่มเมื่อปี 2547 ทางการไทยก็ได้รวบรวมชาวมอแกนที่เคยอยู่กระจัดกระจายตามเกาะต่างๆ ทั่วไปในทะเลอันดามันให้มาตั้งบ้านเรือนอยู่รวมกันในจุดเดียวที่ชายหาดบอน ใหญ่ ชาวมอแกนส่วนใหญ่ยังมีการดำรงชีวิตแบบดั้งเดิมคือ งมหอย แทงปลา ในช่วงฤดูมรสุม คือ เดือนพฤษภาคม – ตุลาคม มอแกนจะอาศัยอยู่บนเรือที่เปรียบเสมือนบ้าน แต่พอถึงช่วงเดือนพฤศจิกายน - เมษายน จะเปลี่ยนที่อยู่มาอาศัยบนบก พวกเขามีความเชื่อในเรื่องของภูตผีวิญญาณบรรพบุรุษ โดยในเดือนเมษายนของทุกปี ชาวมอแกนที่อยู่กระจัดกระจายตามเกาะต่างๆ รวมถึงในประเทศพม่าจะมารวมตัวกันที่เกาะสุรินทร์ เพื่อประกอบพิธี "ลอยเรือ" บวงสรวงวิญญาณบรรพบุรุษ เพื่อสะเดาะเคราะห์ให้แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง ชาวมอแกนที่เราไปพบมีงานอดิเรกทำด้วย เช่น ทำของที่ระลึกขายให้นักท่องเที่ยว และมีบางส่วนทำงานเป็นลูกจ้างของอุทยานฯ หรือบริษัททัวร์ ที่นี่มีโรงเรียนที่ทางการไทยสร้างให้ แต่พวกเค้าจะเรียนเพียงเพื่อให้อ่านออกเขียนได้เท่านั้น ส่วนในบริเวณพื้นที่ด้านข้างของโรงเรียนก็จะเป็นพื้นที่ทางการเกษตร ที่ชาวมอแกนใช้สำหรับปลูกพืชผักสวนครัวไว้กินกัน ชาวมอแกนทุกคนได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพ สยามมงกุฎราชกุมารี พระราชทานนามสกุลให้ใช้ว่า “กล้าทะเล”

 

               ชาว มอแกนส่วนใหญ่มีความคุ้นเคยและเป็นกันเองกับนักท่องเที่ยวมาก โดยเฉพาะเมื่อเราขอถ่ายรูปด้วย เค้าจะพากันให้ความร่วมมือในทันทีไม่มีเขินอาย นับว่าเป็นดาราหน้ากล้องมืออาชีพมาก

 

               • ดำน้ำลึก หมู่เกาะสุรินทร์มีแหล่งดำน้ำลึกที่สวยงามมากมายโดยเฉพาะที่โดดเด่นมากที่ สุดก็คือ กองหินปริ่มน้ำที่มีชื่อว่า “ริเชลิว” ซึ่งกำลังจะถูกผนวกเข้ากับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ กองหินนี้อยู่ห่างจากเกาะสุรินทร์มาทางทิศตะวันออกประมาณ 14 กิโลเมตร สำหรับนักดำน้ำที่สนใจสามารถติดต่อกับทัวร์ได้ทั่วไป ส่วนจุดดำน้ำลึกรอบเกาะนั้นก็มีอยู่หลายแห่ง

 

               • ดำน้ำตื้น ในบริเวณอ่าวรอบๆ หมู่เกาะสุรินทร์เกือบทุกอ่าวจะเต็มไปด้วยแนวปะการังแข็งที่สมบูรณ์ที่สุด ของท้องทะเลไทย เป็นที่อาศัย หากิน หลบภัย และขยายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตจำนวนมากในระบบนิเวศ ทั้งหมดนี้ สามารถชมได้เพียงก้มมองใต้ผิวน้ำ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงไม่พลาดโอกาสที่จะต้องลงดำน้ำตื้น

เมื่อมาถึงหมู่เกาะสุรินทร์

 

               ความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลที่นี่นับว่าน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเรามาก เพราะไม่ว่าจะลงดำน้ำตื้น ณ จุดไหน เป็นต้องได้พบโชว์สีสันสวยงามของปลานานาพันธุ์ อาทิ ปลานกแก้ว ปลามังกร ปลาไหลมอเรย์ ปลาการ์ตูน ปลากระทิง ปลาพาวเดอร์บูลแทงค์ และปลาวัวส้ม เป็นต้น โดยมีฉากหลังเป็นเหล่าปะการังผืนใหญ่ ทั้งปะการังเขากวาง ปะการังสมอง ปะการังดอกเห็ด ปะการังโขดหรือปะการังนิ้วมือ ปะการังดอกเห็ด ปะการังกาแล็กซี่ ปะการังแผ่นเปลวไฟหรือปะการังดอกจอก ปะการังจาน ปะการังไฟ ดอกไม้ทะเล ปะการังอ่อน กัลปังหา และปากกาทะเล เป็นต้น ซึ่งก็มีบางส่วนได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์สึนามิไปบ้าง แต่เราก็ได้พบว่า ณ เวลานี้ก็มีการค่อยๆ งอกออกมาใหม่ของปะการังบางส่วนแล้ว ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่ดีมากๆ ครับ

 

               ด้วยพื้นที่ที่กว้างขวางของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จึงทำให้ที่นี่มีจุดดำน้ำมากถึง 11 จุด แต่การออกไปดำน้ำในแต่ละจุดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ กระแสน้ำ และเวลาพักผ่อนของคุณด้วยนะครับว่า คุณจะเลือกมาแบบไหน เพราะมีทั้งแบบไปเช้า-เย็นกลับ นอนพัก 2 วัน 1 คืน และ แบบจุใจ 3 วัน 2 คืนครับ

 

               จากนั้นมาต่อกันที่เกาะน้องใหม่ “เกาะตาชัย” เกาะนี้ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของ “อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน” แต่อยู่ไม่ไกลจาก “หมู่เกาะสุรินทร์” มากนัก ถูกพบครั้งแรกโดยชายที่ชื่อ “ตาชัย” ทำให้ตั้งชื่อเกาะตามคนค้นพบว่า “เกาะตาชัย”

 

 

               เกาะตาชัย ถูกสำรวจพบมานานแล้ว แต่เพิ่งจะขึ้นตรงกับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน และเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ไปยลโฉมความงามได้ไม่นาน ความอุดมสมบูรณ์ของเกาะนี้จึงมีอยู่มาก สังเกตได้จาก “ปูเสฉวน” บนเกาะนี้มีขนาดใหญ่มากๆ เทียบเท่ากับ “หอยโข่ง” น้ำจืดได้เลยครับ สำหรับจุดเด่นที่ทำให้ เกาะตาชัย กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใครๆ ก็อยากเดินทางไปชื่นชม คือ ชายหาดทรายขาวเม็ดละเอียด เนื้อนุ่มดุลแป้ง ที่มีทอดตัวยาวขนานไปกับผืนน้ำประมาณ 700 เมตร ที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก รวมถึงความเงียบสงบ เหมาะสำหรับการมาพักผ่อน นอนดูท้องฟ้า ลงเล่นน้ำกับฝูงปลา ว้าว! สุข สุดๆ เลยล่ะครับ ถือว่าทริปนี้เป็นการทำคอลัมน์ทิ้งท้ายที่มีความสุขมากๆ ครับ

 

               ทางด้าน ขวามือของเกาะเป็นจุดเดินชมป่าดิบธรรมชาติ ซึ่งในบริเวณนี้นักท่องเที่ยวจะได้พบ “ปูไก่” ปูไก่เป็นปูน้ำจืดที่ชอบอาศัยอยู่ตามโคนต้นไม้ใหญ่บริเวณรากที่โก่งตัวยกสูง ขึ้นจากพื้นดินเล็กน้อย หรือบางที่ก็จะเห็นตามทางเดินข้างทางที่ที่มีเศษใบไม้ทับถม ลักษณะตัวใหญ่ขนาดกำมือ ลำตัวสีแดงสด มีก้ามใหญ่สีดำเหลือบน้ำเงิน เอาไว้ข่มขวัญคู่ต่อสู้ครับ ชอบออกหากินเวลากลางคืน เวลาร้องจะมีเสียงคล้ายไก่ จึงได้ชื่อว่า “ปูไก่” นั่นเองครับ

 

               ส่วน ทางด้านซ้ายมือของเกาะด้านหลังจะเป็น “จุดชมวิว” (View Point) ที่สวยงาม เป็นลักษณะโขดหินผาใหญ่ลดหลั่นกันเป็นรูปตัวยู แสดงให้เห็นถึงความงดงามและยิ่งใหญ่ของเกาะตาชัยอย่างแท้จริง ภาพที่คลื่นทะเลซัดมากระทบโขดหินสีน้ำตาลทะมึน ตัดกับสีท้องฟ้าคราม ช่างสวยงามอยากที่จะลืมเลือนจริงๆ ครับ ระยะทางจากจุดบริการนักท่องเที่ยวถึงจุดชมวิวประมาณ 400 เมตร ทางเดินไม่ลำบาก แต่เป็นทางชันขึ้นเขา ไม่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ

 

               ปัจจุบัน เกาะตาชัย ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวค้างคืนได้  สามารถท่องเที่ยวแบบไปเช้า-เย็นกลับเพียงอย่างเดียวเท่านั้น บนเกาะมีห้องน้ำแยกชาย-หญิงให้บริการ



เมื่อ : 12 มี.ค. 2557 10:56:06
โดย : Geng

Recommended Tips!