Webboard Health Fashion Lifestyle Travel Beauty Other Activity

ช่วยด้วย! หนูติดยา : เมื่อใบหน้า’ติด’สารเสตียร์รอยด์

 

เคยไหมคะ? เราก็อยู่ของเราดีๆ แต่จู่ๆก็มีผดผื่นคันเล็กๆ แดงๆ ขึ้นมากวนใจบนใบหน้าแถมจะมาทีนึงยังไม่มาคนเดียว แบกพรรคพวกแห่มากันเป็นปื้น ให้เราเกาเล่นสนุกสนาน

อ่านๆแล้วอาจดูไม่แย่่เท่าไหร่ แต่ความจริงแล้วเป็นปัญหาสลัดไม่หลุดเลยสำหรับบางคนและพลอยเองก็เป็นหนึ่งในนั้น กลุ่มผดเจ้าปัญหา ทั้งสร้างความรำคาญและก่อความไม่มั่นใจยิ่งทิ้งไว้นานยิ่งคัน ยิ่งอยากเอามือไปถูให้หาย กลายเป็นว่ามีสิวอักเสบพ่วงตามมาอีก เพราะความสกปรก หมักหมม

ต้องยอมรับเลยค่ะ ว่ามีเป็นอีกคนหนี่งท่ีมีช่วง “หน้าพัง”ยิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็น ออกไปไหนไม่ได้ รูปห้ามถ่าย แม้กระจกยังไม่อยากจะมองและต้นเหตุทั้งหลายทั้งปวงก็เริ่มมาจากผื่นคันพวกนี้ และ ….ครีมเสตียร์รอยด์

ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนเลยว่า ไม่ได้มาโจมตีหรืออะไรทั้งสิ้นยาตัวนี้เป็นยาที่ดีและจะมีประโยชน์และมีประสิทธิภาพมากหากผู้ใช้ ใช้ในทางที่ถูกต้องซึ่งเป็นสิ่งที่พลอยไม่ได้ทำในตอนนั้น จึงเกิดอาการ “บานปลาย” ไปมาก อย่างที่เห็น

ครีมเสตียร์รอยด์โดยปรกติแล้วแพทย์จะแนะนำให้ใช้ได้ ในระยะเวลา 3-7วันไม่ควรทาเกินกว่านั้น เพราะอาจเกิดอาการติด(หนึบ) และดื้อยาได้ ….

พลอยได้รับยาตัวนี้มารักษาอาการผดผื่นที่ได้อธิบายไว้ตรงข้างต้นเป็นยาที่ยิ่งกว่ายาวิเศษ แตะนิดเดียวบนแก้ม (แต่คนมือหนักอย่างเรา ละเลงค่ะ) สิวผดหายแว๊บภายในคืนเดียวด้วยความที่ยังรู้ไม่เท่าทัน ไอ้เราแทนที่จะเอะใจ ก็กลับนึกว่า นี่แหละ! ยาวิเศษ …..

*ภาพที่โชว์ข้างบน คือภาพที่ผ่านการรักษามาบ้างแล้ว และไม่ใช่ตอนที่เป็นหนักที่สุดจริงๆแต่เป็นสิ่งสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ เพราะขณะที่เป็นงดถ่ายรูป จิตตกรุนแรง เลยเอามาให้ดูกันได้เพียงเท่านี้นะคะ

*กระทู้นี้รีวิวจากประสบการณ์ส่วนตัว ข้อมูลต่างๆล้วนมาจากการค้นคว้าของจขกท.ทั้งสิ้นซึ่งหากมีข้อผิดพลาดประการใด ก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

*ขอโทษด้วยนะคะที่รูปภาพติดเครดิตทั้งหมด เพราะที่ผ่านมามีการนำรูปภาพไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตหากก่อให้เกิดความรำคาญแต่อย่างใด ก็ขอความกรุณาทุกท่านให้เข้าใจ และหยุดอ่านแต่เพียงเท่านี้ค่ะ เพราะภาพต่อๆไปจะมีอีกตลอด

ก่อนอื่นเลยเรามาทำความเข้าใจกันก่อน ว่าครีมเสตียร์รอยด์ทำงานอย่างไรถ้าจะให้พูดอย่างคร่าวๆ เสตียร์รอยด์ทาหน้า มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันบนผิวหน้าของเราซึ่งโดยปรกติแล้ว เวลาเราสัมผัสสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ หรือระคายเคืองเม็ดเลือดขาวก็จะถูกเรียกมาที่ชั้นใต้ผิวหนัง เพื่อต่อสู้หรือปล่อยสารต่างๆออกมาซึ่งจะนำมาสู่อาการอักเสบ ระคายเคือง ของผิวหนัง :  อาการบวม แดง (คัน) เป็นตุ่ม นั่นเอง

โอเคค่ะ พูดแบบนี้น่าเบื่อไปหน่อยเลยจะขอเปรียบเทียบระบบภูมิคุ้มกันของเรากับกองทัพดาร์ธ เวเดอร์น้อยๆ (เอาก๊ะมันสิ)ยามปรกติ เหล่าดาร์ธจิ๋วก็ขยันขันแข็ง ออกมาสู้ศัตรู ยิงแก๊สน้ำตา อย่างดุเดือด มีการนองเลือดผลที่ตามมาจากแก๊สทำลายล้าง กองเลือด และกองร่างไร้เรี่ยวแรงของดาร์ธที่บาดเจ็บ ก็คือเจ้าตุ่มนูนๆ เจ็บๆคันๆ แดงๆ บนผิวหนังของเรานั่นเอง

การโปะเสตียร์รอยด์เข้าไปบนผิวหน้า ก็เท่ากับการโยนยาสลบเข้าไปในกองทัพที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ทีนี้ กองทัพก็หลับสิคะ ข้าศึกบุกอย่างไร ก็ไร้การตอบโต้ก็เหมือนกับการกดภูมิคุ้มกันเอาไว้ ความจริงสารระคายเคืิองตัวแสบก็อยู่ตรงนั้นแหละ แต่ผดมันไม่ขึ้น! เพราะระบบมัถูกกดไว้ เลยไม่มีอาการ“แพ้,ระคายเคือง” อย่างที่ควรจะเป็นไม่ใช่ว่า เป็นยาวิเศษ ทาปุ๊บหายปั๊บ อย่างที่พลอยเลยคิด มันก็แค่ทำให้เราไม่เห็นอาการเท่านั้นแหละจ้า!

ทีนี้พอเราเลิกยาแล้วเกิดอะไรขึ้น?? ก็นั่นแหละค่า ลองเอาใจเวเดอร์น้อยๆมาใส่ใจเราดูนะคะแบบว่าเขาหลับของเขามานาน อยู่ดีๆจะมาปลุก แล้วดันหลัง(แถมถีบส่ง)ให้เขาไปสู้ศัตรูมีหรือพวกเขาจะไหว?! ขาดซ้อม ขาดฝึกฝน แถมนอนจนอ้วนพลี ข้าศึกมาก็เป็นต้องล้มพ่ายและนี่ก็คืออาการ “เซ็นสิทีฟ” แพ้ง๊าย..ยยง่าย ที่ตามมาหลังจากการหย่าเสตียร์รอยด์

ก็ไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่ค่ะ หากเราดูแลผิวดีๆ ไม่เอามีสกปรกไปจับหน้า รอเวลาไปสักพักค่อยๆให้ผิวโดนอะไรมากขึ้นทีละนิด ผิวหน้าจะกลับมาแข็งแรงเช่นเดิม(เหมือนกับการให้เหล่าเวเดอร์ที่อ้วนพลี ขี้เกียจ ได้รับการฝึกฝนใหม่จนชำนาญน่ันแหละจ้า กองทัพใคร กองทัพมันนะบางคนเทรนกันนาน บางคนก็ใช้เวลาสั้นๆ อันนี้บอกไม่ได้จริงๆค่ะ)

แล้วทำไม ผิวหน้าของข้าพเจ้าถึงเข้าขั้น “เละ” ??!ก็อยากจะโทษดินโทษฟ้าเหมือนกันว่าเป็นชะตาลิขิต บททดสอบ (หรือความซวย) แต่ก็รู้อยู่แก่ใจมันไม่ใช่ !!! เล่นใช้ยามาติดต่อกัันนานถึง 5ปี   (ความจริงควรใช้5วัน) แบบไม่ลืมหูลืมตา ไม่คิดค้นคว้า หลอกตัวเองเอาว่ามันเป็นยาวิเศษ!กลับมาย้อนนึกดูก็ดีเหมือนกัน ทำให้เราลืมตาตื่นได้ ไม่งั้นคงใช้ต่อไปเรื่อยๆ ไม่จบไม่สิ้น

ความจริงคือ คนส่วนมากมีสิ่งมีชิวิตที่แสนน่าเอ็นดู(?!)ที่เรียกว่า ไรขน ตั้งรกรากอาศัยอยู่บนผิวหน้ากันอยู่แล้ว โดยเฉพาะท่านที่มีสัตว์เลี้ยงและคนส่วนมากอีกนั่นแหละ ไม่โชว์อาการแพ้เจ้าสิ่งมีชีวิตตัวนี้เลย ดูภายนอกปรกติทั้งหมดเอาแล้วไหมละ? คนอื่นเขาธรรมดา แต่ไอ้คนบ้า(เสตียร์รอยด์)อย่างเรา มีหรือจะรอด ????

เหตุเกิดเมื่อน้องไรขน กับน้องเสตียร์รอยด์ เขามาเจ๊อะกันบนผิวหน้าโดยปรกติแล้ว คนที่โปะยาเสตียร์รอยด์ทุกวันอย่างพลอย ไม่ควรมีอาการแพ้ ระคาย คัน ใดๆทั้งสิ้น (หรือมีน้อยมาก) หากว่ามีมาก ชนิดว่าคันยิกๆ แสดงว่าคุณกำลังแย่! และใช่ค่ะ .. ดิฉันตอนนั้น กำลังแย่จริงๆ โดยที่ไม่รู้ตัว !

จะขอเล่าถึงวงจรอุบาทส่วนตัวให้ฟังค่ะพลอยใช้เสตียร์รอยด์ แต่มาเจอไรขนแล้วแพ้รุนแรง เลยเกิดผดผื่นปื้นใหญ่บนใบหน้าเอาไงล่ะ ตอนนั้นไม่เข้าใจกลไกและฤิทธ์ของมัน เลยตามประสาเด็กว่าเฮ้ย!เม็ดขึ้นหน้า แบบนี้ต้องโปะยาวิเศษ!

จริงตามทำนาย ผดปื้นน่ากลัวหายในคืนเดียว โดยที่ไม่รู้เลยว่าภูมิต้านทานที่พยายามสู้ไรขน มันถูกเหยียบ ถูกกดไว้หนักกว่าเดิม ! ผลเป็นอย่างไร ?? ไรขนมันสู้ชนะ แพร่พันธุ์กันสนุก ทีนี้เห่อกว่าเดิมสิคะ หน้างี้คัน เม็ดขึ้นเต็มแล้วเด็กหญิงพลอยคิดได้ไหม ??? คำตอบคงไม่ต้องเดา ก็โปะต่อสิคะดิฉันทำแบบนี้เรื่อยๆ เรื่อยๆ จนผลสุดท้าย โปะเท่าไหร่ สิวผดไม่มีวันยุบ แถมยังเห่อกว่าเดิมเรียกได้ว่า กู่ไม่กลับแล้วจริงๆ …..

---------------------------
พล่ามมาถึงตอนนี้ ต้องขอเบรคท่านผู้อ่านทุกท่านก่อนนะคะ ว่าสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนี้เกิดขึ้นเพราะความประมาทของ จขกท. เองแรกเริ่มที่ไปหาคุณหมอและได้รับยาเสตียร์รอยด์มาให้ทา คุณหมอใส่ยาไว้ในกระปุก (ซึ่งเป็นปรกติที่ รพ. เขาทำกัน)และบอกว่า “ทาบริเวณที่เป็น อีก1-2อาทิตย์ดูอาการ”

แต่ด้วยความที่เรายังเด็ก ไม่รู้เท่าทัน ไม่ได้สอบถามว่า" ยานี้มีสารอะไรบ้างที่หนูควรรู้ไว้คะ ใช้แล้วมีโอกาสดื้อยา หรือติดหรือเปล่า หนูสามารถใช้ต่อเนื่องได้หรือไม่ นานขนาดไหน "ซึ่งเป็นคำถามที่สำคัญมากๆจริงๆที่ควรถาม เวลาไปหาแพทย์ผิวเรา หน้าเรา เราต้องสงสัยอยากรู้เข้าไว้ค่ะ พลอยเข้าใจว่าเชื่อใจอาจารย์หมอแต่อย่างไรก็ตาม การสอบถามให้กระจ่างชัดเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ถึงยาที่เราได้รับมาจะดูไม่น่ามีอะไรก็เถอะถือเสียว่าเป็นการหาความรู้เล็กๆน้อยๆก็ได้ค่ะพลอยขอฝากทุกท่านไว้เลยนะคะ สอบถามดีๆ ให้เราเข้าใจหลักการณ์คร่าวๆ และโปรแกรมการรักษาของเราก่อน แล้วค่อยตอบโอเคค่ะ

ตัวพลอยเอง หย่าขาดจากเสตียร์รอยด์มาได้2-3ปีแล้ว แต่ยังมีอาการคั่งค้างหน้าแดงง่าย (มาก) มีผื่นคันเม็ดเล็กๆขึ้นมาเป็นปื้น และยังคงมีอาการระคายเคืองง่ายผิดปรกติบ้าง

รูปข้างต้นเป็นรูปจากปัจจุบัน เวลามีอาการเห่อเล็กน้อยค่ะ
---------------------------

พอมาถึงตอนนี้ หน้าเละแล้ว ทำอย่างไร  ????  แนวทางการแก้ไข ?? ก็เฉกเช่นทุกปัญหาของชีวิตค่ะ ก่อนที่เราจะมานั่งปวดหัว ความเครียดรุมเร้าเราก็ต้องวางแผน นั่งไล่ออกมาเป็นข้อๆก่อนว่าฉันเป็นอะไร ยังไง แก้ไขอย่างไรได้บ้างซึ่งผลก็ออกมาดังนี้ค่ะ (ปัญหาผิวของพลอย ณ ตอนนั้น) :

1.ผิวหน้าอ่อนแอติดเสตียร์รอยด์
2. ปัญหาแพ้ไรขน
3. สิวอุดตัน (ที่มาเมื่อไหร่ไม่รู้ จากความสกปรกและไขมันที่ก่อตัว)
4. สิวอักเสบ
(5. สิวเสี้ยน)

หลังจากที่เขียนปัญหาของเราออกมาทั้งหมดแล้ว ก็มาดูหนทางรักษา ประคับประคองกันเถอะค่ะ:

1.ผิวหน้าอ่อนแอติดเสตียร์รอยด์

ปัญหานี้ พลอยไม่ทราบว่าขณะนี้มีเทคโนโลยีใดที่สามารถช่วยทุเลาได้หรือเปล่าแต่ในช่วงที่พลอยเป็นนั้น การ“รักษา”คือการ หักดิบ ! คือ เลิก เลิก เลิก และไม่หันไปใช้อีกฟังดูง่าย แต่แม่เจ้า!!!ทำยากกว่าพูดเป็นสิบเท่าค่ะเราจะเกิดอาการหัวตื้อ มือสั่น อยากจะคว้าไปหาหลอดเสตียร์รอยด์ทุกครั้งที่ส่องกระจกหวังจะให้ยาวิเศษปัดเป่าฝันร้ายครั้งนี้ออกไปแต่หลังจากที่เราตบะแตกไป 2 3ครั้ง เราก็จะทราบว่า ..ยาวิเศษมันหมดอิทธิฤทธิ์แล้ว ยิ่งทายิ่งเป็นหนักเพราะฉะนั้น เขวี้ยงทิ้งให้หมดค่ะ ยาทุกตัวที่มี หันหน้ามาซบพวกยาแต้มสิวธรรมดาเถอะค่า

นอกจากนี้ ผิวที่กำลังหย่าเสตียร์รอยด์อาจมีอาการระคายเคืองง่าย และแดงง่ายเพราะฉะนั้นก่อนจะเริ่มทรีทเม๊นท์หรือครีมใหม่ๆ ก็ดูให้ดีว่าไม่มีสารที่เราแพ้นะคะการหลีกเลี่ยงแสงแดด ความร้อน แอลกอฮอล จะช่วยเร่ืองหน้าแดงได้ค่ะ*

2. ปัญหาแพ้ไรขน

เครดิตภาพจากgoogleค่ะ ดูแล้ว..ช่างสะอึ๋ยส์จริงๆ ไม่อยากจะคิดว่ามีอยู่5-6ตัวในแต่ละต่อมไขมันของเรา T___T

ก่อนอื่นตรวจให้แน่ใจที่คลีนิคหรือโรงพยาบาลก่อนนะคะว่าเรามีไรขนจริงๆและมีอาการคันยิบๆที่ใบหน้า โดยเฉพาะช่วงเย็นๆ (เช้าๆอากาศเย็นๆไม่ค่อยเป็นมากเท่า)บางทีเราอาจจะคันหลายๆจุดก็เป็นได้ เพราะไรขนเนี่ย เขาจะนอนอุดอู้อยู่ในต่อมไขมันบางทีก็ออกมาเดินเล่นจากต่อมหนึ่งไปอีกต่อมหนึ่ง ทำให้เจ้าของพื้นที่ตัวจริงอย่างเรา ได้ทั้งคันทั้งสยองทั้งสยึย(?)กับเจ้าสิ่งมีชีวิตเล็กๆพวกนี้

ไรขนกำจัดได้ไม่ยากค่ะ เพียงแต่อย่าปล่อยไว้นานนัก เพราะเจ้าพวกนี้แพร่พันธุ์เร็วตอนนี้มียาทาหน้า สามารถทาทิ้งไว้สัก 5-15นาทีแล้วล้างออก เพื่อฆ่าไรขนซึ่งวิธีนี้จะเห็นผลช้ากว่าการทำเลเซอร์กำจัดไรขนโดยเฉพาะ แต่ถึงช้าก็ชัวร์นะจ๊ะ!อย่าลืมไปตรวจบ่อยๆ เป็นระยะ เพื่อเช็คจำนวนไรขน พอมั่นใจว่าหายสนิทก็เลิกเลยค่า

*ไม่รู้ว่าท่านอื่นเป็นเหมือนพลอยหรือเปล่า แต่พบว่าการอยู่ในห้องเย็นๆจะช่วยได้ค่ะเวลาออกไปร้อนจัดๆทีไร รู้สึกเหมือนไรขนเริ่มเดินขบวนให้คันยิบๆ

3. สิวอุดตัน (ที่มาเมื่อไหร่ไม่รู้ จากความสกปรกและไขมันที่ก่อตัว)

ปัญหาโลกแตกอีกหนึ่งอย่าง เพราะการกำจัดที่ช่างยากเย็นเหลือเกิน จะบีบก็บีบไม่ออก!อะไรจะอยู่ยงคงกระพันอะไรปานนี้ !เช่นเดียวกับไรขน เราสามารถเลือกรักษาสิวอุดตันได้ด้วยการเลเซอร์กดสิว(หรือกดธรรมดาก็ได้ค่ะหากไม่แน่นมาก แล้วแต่กรณี) หรือการทายาละลายสิวอุดตันซึ่งทางเลือกที่สองอาจเป็นอะไรที่เราๆรู้จักดีอยู่แล้ว เช่น benzac, retinA, differin

แต่อาจต้องใช้ความอดทนนิดนึง เพราะสำหรับบางท่าน การผลัดสิวอุดตันอาจต้องผ่านช่วงหน้าบากหรือช่วงที่เหล่าสิวใต้ผิวหนังผุดขึ้นมาเซย์ฮัลโหล พร้อมๆกับผิวหน้าที่แดง ลอก และแสบ (พอผ่านไปได้ จะค่อยๆเริ่มใส)

การรักษาด้วยตนเองต้องดูดีๆนิดนึงนะคะทางที่ดีพบแพทย์เพื่อควบคุมปริมาณยาที่เหมาะสม ไม่มากไม่น้อยไป มากก็ผิวไหม้ น้อยไปก็ไม่ออกให้คุณหมอท่านดูให้ดีกว่าเนอะคะ ! ^^

4. สิวอักเสบ

สามอย่า:  อย่าจับ อย่าแกะ อย่าเกาพูดง่ายๆคืออย่าสัมผัสเค้าโดยไม่จำเป็นนะคะ เค้าไม่ชอบหรอกค่ะ เดี๋ยวยิ่งพิโรธแล้วเต่งกว่าเดิม
ยาแต้มสิวคือเพื่อนรักของเรา น้ำๆใสๆมีกลิ่นแอลกอฮอลเล็กน้อย อย่าง Clinda M นั่นแหละค่ะแต้มเบาๆ เช้า เย็น หลังล้างหน้า แล้วก็อย่าไปสังเกตุมันมาก จ้องเยอะไปเดี๋ยวเค้าไม่ไปไม่รู้นะ !นอกจากนี้เราสามารถเอายาสีฟันมาโปะเอาไว้ระหว่างนอนหลับสารฆ่าเชื้อโรคในยาสีฟันจะช่วยลดอาการอักเสบของสิวและทำให้หายเร็วขึ้นได้ค่า

5. สิวเสี้ยน

วงเล็บเอาไว้เพราะน่ากังวลน้อยสุดในบรรดาปัญหาสิวทั้งหลายสูตรเดิมค่ะ แผ่นแปะจมูก ไม่หายก็ลองไข่ขาวทาแล้วเอาทิชชู่มาทับ ทิ้งไว้15นาที ดึงออกค่ะไม่ออกเหรอจ๊ะ ?? โอเค.. หากไม่ไหวจริงๆ อาจต้องกดค่ะ  (กดจมูกเจ็บมว๊าก ขอบอก T.T")พอกดหรือดึงออกแล้วอาจดู “รูขุมขนกว้าง” เพราะเจ้าสิวที่เคยอยู่ถูกขับไล่หายไปก็ไม่เป็นไรคะ ล้างหน้าปิดท้ายด้วยน้ำเย็นจัด เพื่อกระชับรูขุมขน พยายามทำความสะอาดไม่ให้อุดตันอีก เดี๋ยวก็จะดีขึ้นเองค่า

ที่พูดมาทั้งหมดเลย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความอดทน และการวางใจให้นิ่งยิ่งเราไปจดจ่อ เครียด มองมัน ทำไมไม่หาย เมื่อไหร่จะดี อาจจะทำให้หายช้าลงค่ะร่างกายเราช่างฉลาด เวลาเราเครียดนจัดๆ ฮอร์โมนไม่พึงประสงค์ก็อาจถูกหลั่งออกมาได้เพราะฉะนั้น ใจเย็นๆ ค่อยๆรักษา อย่าไปฟังเสียงภายนอกมาก (กระจกก็คลุมไปสักพักนะคะ)

เวลาที่เรารักษาเองไม่ไหว ปรึกษาแพทย์ค่ะ เลือกแพทย์ที่น่าไว้วางใจ แล้วไปตามนัด ดูอาการสม่ำเสมอ เพื่อ ที่จะวางแผนการรักษาให้ถูกต้อง หากเราดื้ออยากจะใช้ยาเอง ดีไม่ดีอาจเป็นหนักกว่าเดิม ขอฝากไว้เล็กน้อยจากประสบการณ์ตรง ด้วยความห่วงใยค่ะ

ลองสังเกตุตัวเองดูดีๆนะคะว่าผิวเราชอบอะไร แพ้อะไร ใช้อะไรแล้วอุดตัน

จะช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างราบริื่นกว่าเดิมมากเลยล่ะค่ะ

กระทู้นี้ก็เป็นกระทู้ที่ยาวยืดอีกเช่นเคย

พลอยต้องขอขอบคุณทุกท่านมากๆค่ะ ที่อ่านมาจนถึงตรงนี้

ขอบคุณกำลังใจดีๆ ที่เป็นแรงผลักดันให้พลอยนำเรื่องราวต่างๆมาแชร์กันต่อไป

หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์แก่ทุกท่านไม่มากก็น้อยค่ะ

หากผิดพลาดประการใดก็บอกได้ค่ะ พลอยยินดีที่จะแก้ไขเสมอ

พลอยขอรบกวนฝาก FB PAGE และ INSTAGRAM เอาไว้นะคะ

หากท่านใดมีน้ำใจ ให้ไลค์ตามความศรัทธาค่ะ (แฮ่ ^^)

ที่มา http://www.jeban.com/viewtopic.php?t=173504

เมื่อ : 25 ก.ค. 2556 02:29:17
โดย : Flower01

Recommended Tips!